กำหนดชำระเงินในสัญญากี่วันถึงถือว่าผิดนัด?
ไม่มีจำนวนวันตายตัวที่ใช้กับทุกสัญญา หลักคือดูวันครบกำหนดที่สัญญาเขียนไว้ ถ้าสัญญากำหนดวันชำระคำนวณได้ตามปฏิทิน เช่น “วันที่ 30 ของเดือน” หรือ “ภายใน 45 วันนับจากวันส่งมอบ” ลูกหนี้ผิดนัดทันทีที่เลยวันนั้นโดยไม่ต้องมีใครเตือน แต่ถ้าสัญญาไม่ได้กำหนดวันที่คำนวณได้ หรือมีเงื่อนไขก่อนชำระ เจ้าหนี้มักต้องเตือนก่อนจึงจะถือว่าผิดนัด ผมจึงแนะนำให้อ่านข้อกำหนดวันครบกำหนด วิธีนับวัน เงื่อนไขก่อนชำระ และการบอกกล่าว ก่อนตัดสินใจทำสิ่งใด
1. “ผิดนัด” ต่างจาก “ผิดสัญญา” อย่างไร
ผิดนัดคือกรณีลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามเวลาที่ต้องชำระ ส่วนผิดสัญญาเป็นภาพกว้างกว่า ครอบคลุมทุกการไม่ปฏิบัติตามสัญญา เรื่องผิดนัดสำคัญเพราะเป็นจุดเริ่มของสิทธิหลายอย่าง เช่น ดอกเบี้ยผิดนัด ค่าปรับที่สัญญากำหนด และสิทธิบอกเลิกสัญญาที่ผูกกับการผิดนัด ทีมสัญญาจึงควรรู้ว่า “วันที่ผิดนัด” ของแต่ละสัญญาคือวันไหน
2. หลักทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 204 วางหลักไว้สองกรณี:
- หนี้ที่กำหนดวันชำระตามปฏิทิน — ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระตามกำหนดนั้น ลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยเจ้าหนี้ไม่ต้องเตือนก่อน
- หนี้ที่ถึงกำหนดแต่ไม่ได้กำหนดเป็นวันตามปฏิทิน — เจ้าหนี้ต้องเตือนให้ชำระก่อน ลูกหนี้จึงจะถือว่าผิดนัดเมื่อยังไม่ชำระหลังได้รับคำเตือน
ส่วนมาตรา 203 บอกว่าถ้าไม่ได้กำหนดเวลาชำระไว้เลย เจ้าหนี้เรียกให้ชำระได้ทันที และลูกหนี้ก็ชำระได้ทันทีเช่นกัน
สำหรับข้อความอย่าง “ชำระภายใน 45 วันนับแต่วันส่งมอบ” ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าเป็นกำหนดที่คำนวณได้ตามปฏิทิน ลูกหนี้จึงผิดนัดเมื่อครบกำหนดโดยไม่ต้องเตือน (ฎีกาที่ 2074/2545) แต่ข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่องต่างกัน จึงควรตรวจกับข้อความสัญญาจริงเสมอ
3. ตัวอย่างข้อความสัญญา กับผลที่ควรตรวจ
| ข้อความในสัญญา | ประเด็นที่ควรตรวจ |
|---|---|
| “ชำระภายในวันที่ 30 ของทุกเดือน” | เป็นวันตามปฏิทินชัดเจน หากเลยวันนั้นโดยยังไม่ชำระ โดยหลักถือว่าผิดนัดโดยไม่ต้องเตือน |
| “ชำระภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับใบแจ้งหนี้” | ต้องรู้ว่าใบแจ้งหนี้ส่งเมื่อไหร่ ส่งถูกช่องทางที่สัญญากำหนดหรือไม่ และมีหลักฐานว่าอีกฝ่ายได้รับ |
| “ชำระเมื่อผู้ว่าจ้างตรวจรับงานแล้ว” | วันชำระขึ้นกับเหตุการณ์ (การตรวจรับ) ไม่ใช่วันปฏิทิน ต้องดูว่าใครเป็นผู้ตรวจรับ ภายในกี่วัน และเกิดอะไรขึ้นหากไม่ตรวจรับ |
| “ชำระตามความเหมาะสม” หรือไม่ระบุกำหนด | ยากที่จะระบุวันผิดนัดล่วงหน้า มักต้องมีการเตือนเป็นหนังสือก่อน |
4. สิ่งที่ควรตรวจก่อนถือว่าคู่สัญญาผิดนัด
- วันครบกำหนดในสัญญาหลักกับเอกสารแนบท้าย — ตรงกันหรือไม่ มีข้อตกลงแก้ไขภายหลังที่เปลี่ยนวันหรือไม่
- วิธีนับวัน — สัญญาระบุวันทำการหรือวันปฏิทิน และเริ่มนับจากเหตุการณ์ใด โดยหลักการนับระยะเวลาทั่วไปไม่นับวันแรก และหากวันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำการ ให้นับวันเริ่มทำการถัดไปเป็นวันสุดท้าย (มาตรา 193/3 และ 193/8) แต่สัญญาอาจตกลงไว้ต่างออกไปได้
- เงื่อนไขก่อนชำระ — เช่น ต้องส่งมอบครบ ตรวจรับแล้ว หรือมีใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้อง หากเงื่อนไขยังไม่ครบ ฝ่ายที่ต้องชำระอาจโต้ว่ายังไม่ถึงกำหนด
- ช่องทางและหลักฐานการแจ้งหนี้ — สัญญากำหนดที่อยู่หรืออีเมลสำหรับส่งเอกสารหรือไม่ และเก็บหลักฐานการส่งไว้ครบหรือยัง
- การบอกกล่าวก่อนใช้สิทธิ — สัญญาอาจกำหนดให้ส่งหนังสือแจ้งและให้เวลาแก้ไขก่อน จึงจะเรียกดอกเบี้ย ค่าปรับ หรือบอกเลิกสัญญาได้
- พฤติการณ์ระหว่างกัน — เคยมีการผ่อนผัน ขยายเวลา หรือรับชำระล่าช้ามาก่อนหรือไม่ เรื่องนี้อาจกระทบการยกวันผิดนัดขึ้นอ้าง
5. ผลเมื่อถือว่าผิดนัด
โดยทั่วไป เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้ตามอัตราที่สัญญากำหนดไว้เท่าที่กฎหมายอนุญาต หรือตามอัตราที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 กำหนด หากสัญญามีค่าปรับหรือข้อบอกเลิกสัญญาที่ผูกกับการผิดนัด ก็ต้องดูเงื่อนไขของข้อนั้นประกอบ ตัวเลขและผลที่แน่ชัดขึ้นกับวันผิดนัด จำนวนหนี้ และข้อสัญญาของแต่ละเรื่อง
6. ทำอย่างไรไม่ให้วันชำระหลุดจากสายตา
ปัญหาที่พบบ่อยไม่ใช่การไม่รู้กฎหมาย แต่เป็นการไม่รู้ว่าสัญญาฉบับไหนใกล้ถึงกำหนดเมื่อไหร่ โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาหลายฉบับ และวันชำระผูกกับเหตุการณ์อื่น เช่น วันส่งมอบหรือวันตรวจรับ ทีมดูแลสัญญาจึงควรบันทึกวันครบกำหนดพร้อมเงื่อนไขไว้ในทะเบียนเดียวกัน และตั้งเตือนล่วงหน้าถึงผู้รับผิดชอบ นี่คือส่วนหนึ่งของ Legal Risk OS โดย Setup ช่วยจัดทะเบียนและสรุปข้อสัญญาที่ต้องระวัง ส่วน Contract Alerts ช่วยเตือนก่อนถึงวัน
7. เมื่อไหร่ควรคุยกับทนาย
- ใกล้ถึงหรือเลยวันครบกำหนดแล้ว และคู่ค้ายังไม่ชำระ โดยยังไม่แน่ใจว่าต้องเตือนหรือส่งหนังสือก่อนหรือไม่
- คู่ค้าโต้แย้งเรื่องคุณภาพงาน งานค้าง หรือใบแจ้งหนี้ ทำให้ไม่ชัดว่าถึงกำหนดชำระแล้วหรือยัง
- ข้อความสัญญาเรื่องวันชำระไม่ชัด หรือสัญญาหลักกับเอกสารแนบท้ายขัดกัน
- ต้องการจัดระบบเฝ้าระวังกำหนดชำระของสัญญาหลายฉบับพร้อมกัน
คำถามที่พบบ่อย
ชำระช้าไป 1 วันถือว่าผิดนัดหรือไม่
หากสัญญากำหนดวันชำระตามปฏิทินและไม่มีข้อผ่อนผันหรือระยะเวลาปลอดในสัญญา โดยหลักถือว่าผิดนัดเมื่อเลยวันนั้น แต่ถ้าสัญญามีระยะปลอดหรือข้อกำหนดให้บอกกล่าวก่อน ผลอาจต่างออกไป
สัญญาไม่ได้เขียนวันชำระไว้ ต้องทำอย่างไร
ต้องดูพฤติการณ์ทั้งหมดว่ากำหนดเวลาอนุมานได้หรือไม่ หากอนุมานไม่ได้ เจ้าหนี้เรียกให้ชำระได้ทันทีตามมาตรา 203 และในทางปฏิบัติควรส่งหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐานการส่งไว้
ต้องส่งหนังสือทวงถามทุกครั้งก่อนถือว่าผิดนัดหรือไม่
ไม่จำเป็นในทุกกรณี หากกำหนดวันชำระคำนวณได้ตามปฏิทิน โดยหลักไม่ต้องเตือน แต่สัญญาบางฉบับกำหนดให้ต้องบอกกล่าวก่อนเรียกดอกเบี้ยหรือบอกเลิก และการส่งหนังสือช่วยให้มีหลักฐานชัด จึงควรตรวจข้อสัญญาเป็นรายฉบับ
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะรายหรือคำแนะนำให้ดำเนินการใดในคดี ข้อเท็จจริงและข้อความในแต่ละสัญญาต่างกัน ผลจึงต่างกัน ผมไม่รับประกันผลของคดีหรือผลการเจรจา และไม่เปิดเผยข้อมูลลูกความบนหน้าสาธารณะ ข้อกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา โปรดตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้